กรุงเทพมาราธอน 2558

My Full Marathon (42.195 กิโล)
12249578_972566949448788_2030966827209168085_n.jpg


มาราธอน …
จะว่าไกล ก็ไกล
จะว่าใกล้ ก็ไม่!

ต้นตอของปัญหาซ้ำๆเดิมๆทุกปีเกี่ยวกับกรุงเทพมาราธอน ทั้งหมดเกิดเพราะผู้จัดและstaff … “ไม่อิน”

“ไม่อิน” ว่ามันคืองานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ แค่ข้อแรกก็สอบตกละ

“ไม่อิน” เลยไม่ทำให้มันเป็น “ประเพณี” แต่ทำมันออกมาเหมือนงานวิ่งงานนึง แค่สเกลใหญ่ขึ้น และจัดการไม่ได้เท่านั้นเอง

พอมัน “ไม่อิน” มันก็ไม่ได้ทำอะไรออกมาจากใจ ไม่ตั้งใจ ทำไปงั้นๆ …

ตอนเราหยิบน้ำ เราดูตาพวกนาย เราก็รู้!

เพราะผู้นำประเทศเรา “ปั่น” แต่ไม่ “วิ่ง” … มันเลยจัดได้แค่นี้แหละ!

จะนั่งรอวันที่ “วิ่งเพื่อพ่อ” ดังเท่า “ปั่นเพื่อพ่อ” นะ

คนกทม.ไม่อิน “วิ่ง” เท่า “ปั่น” แล้วมอง “มาราธอน” มีไว้สำหรับ “คนบ้า”

ถ้าได้เลือกตั้งครั้งหน้าเมื่อไหร่ แนะนำพี่ป๊อก Itthipol Samutthongลงสมัครสส. ผมจะเข้าคูหาไปกาคนแรก

งานนี้เริ่มวิ่งเวลาเดียวกับร้านเหล้ากำลังถึงจุดพีค – ตี2 – เมื่อวิ่งมองลงมาจากทางยกระดับราชชนนี จะเห็นคนกอดคอออกจากร้านเหล้า กำลังจะไปต่อในคืนเสาร์เช้าอาทิตย์ …

ก็เป็นภาพที่ contrast ดี ที่ได้เห็นคนกลุ่มนึงทำร้ายตัวเองด้วยแอลกอฮอลล์ และคนอีกกลุ่มทำร้ายตัวเองด้วยมาราธอน 555

เริ่มวิ่งตอนตี 2 ใช่ว่าจะได้อากาศเย็นๆ …

มันอบอ้าวมากๆ กางเกงแฉะ เป้าเป็นดวงตั้งแต่ 15 โลแรกแล้ว แทบอยากจะถอดออกมาบิด!

แต่อากาศก็เป็นใจให้น่าวิ่งขึ้นบ้างช่วงตี 5 – 6 โมง

แต่ก็แค่นั้นเลยนะ หลัง 6 โมงนี่ อยากได้อากาศอบอ้าวตอนตี 2 กลับมาเลย

หลายช่วงบนสะพาน ช่วงทางโค้งมืดมาก ไม่เปิดไฟถนน

สงสัยว่าคนตรงนั้นจ่ายภาษีไม่ครบหรือยังไง ทำไมรัฐไม่เปิดไฟถนนตรงทางโค้ง!?

ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหา มันก็ตื่นเต้นดี ที่ได้วิ่งฝ่าความมืด จะล้วงจะควักก็ไม่มีใครเห็น

แต่ปัญหาคือ ดันมีซุ้มน้ำตั้งอยู่ตรงนั้น!

ไม่เท่านั้น ซุ้มน้ำก็ดันตั้งติดกับซุ้มเกลือแร่ สลับกันไปอีก …

มันมืด ต่างคนต่างตะโกน หยิบมาสองแก้ว กินแก้วแรก เออ…น้ำเปล่า เลยเอาอีกแก้วราดหัว …

อ้าว…สัด เสือกเป็นเกลือแร่!

ครั้งหน้า แยกฝั่งเลย กูขอนะ!

เป็น 42โล ที่ไม่ฟังเพลงเลย ดีใจที่ตัวเองทำได้ เพราะไม่อยากติดเพลงเวลาวิ่ง (แต่ถ้าย้อนเวลาได้ อยากฟัง เพราะทางวิ่งค่อนข้างน่าเบื่อ)

เป็น 42 โล ที่แบกเป้น้ำตลอดทาง ซึ่งแทบไม่ได้กินน้ำที่แบกเลย (แบกเพื่อ?) ดีใจที่ตัวเองทำได้

การกั้นรถ เป็นปัญหาเสมอมาสำหรับนักวิ่งกทม. แต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับงานนี้ด้วย

ถ้าใครไม่เคยฝึกวิ่ง city run (วิ่งฟุทบาธแคบๆคู่กับจราจร) หรือไม่เคยฝึกวิ่งตากแดด … งานนี้เหนื่อยหน่อย

ว่าตำรวจอย่างเดียวก็ไม่ได้ เค้าก็พยายาม แต่คนขับเริ่มเดือดดาล ไม่ยอมท่าเดียว รู้สึกว่าเรานักวิ่งเป็นตัวปัญหา …

อย่างว่า…คนแม่งไม่อิน ไม่วิ่ง ไม่ออกกำลังกาย จะเข้าใจได้ไง อันนี้หน้าที่กระทรวงวัฒนธรรมและกีฬาที่ต้องออกมาปลูกฝัง

คนเราบางครั้งเหมือนหัวหอม – นอกจากเปลือก มันยังมีหลายชั้นอีก …

“มาราธอน” เหมือนการแกะหัวหอม ให้คนไม่มีฟอร์ม ไม่มีเปลือก คงเหลือแต่น้ำใจและมิตรภาพ นักวิ่งเกือบ 100% พื้นฐานเป็นคนจิตใจดี (และหน้าตาดี :P)

อยู่ที่อื่น คนคนนึงอาจมีฟอร์ม อยู่บนทางวิ่ง คนคนเดิมไม่มีฟอร์มเลย

ได้มิตรภาพใหม่บนเส้นทางวิ่ง เป็นเรื่องน่าซึ้งใจและคิดว่าหาซื้อที่ไหนไม่ได้

มาราธอนครั้งนี้ ใช้แผน Run/Walk/Run ของ Jeff Galloway

คือพักเดินสลับวิ่ง(อย่างมีแผน) ไม่ทำให้ความเร็วตกมาก แต่รักษาสภาพหัวใจให้อยู่ในระดับ Aerobic ไปจนจบเกมได้ ไม่ชนกำแพง และสามารถเลือกเร่งได้ช่วงท้าย ซึ่งก็ทำได้ดีพอควร ที่สำคัญ ไม่มีอาการเจ็บหลังแข่งแน่นอน

ทดลองมาหลายงาน เวิร์คมาก

นักวิ่งแนวหลัง เป็นนักวิ่งกึ่งเดิน แต่ไม่อยากยอมรับว่าต้องเดิน และมักวิ่งๆๆๆในช่วงแรก แล้วมาเดินยาวๆๆในช่วงหลัง

เข้าเส้นชัยมา ไม่มีเพื่อนรอรับหน้าเส้นชัยเหมือนคนอื่น ไม่มีดอกไม้ รูปก็ไม่มี เพราะมาคนเดียวและไม่ชอบเซลฟี่ตัวเอง แต่ก็เป็นความอิ่มเอมใจเงียบๆภายใน

ลงฮาฟท์กรุงเทพมาราธอนมา 2 ปีแล้ว ปีนี้ลงฟูล คิดว่าน่าจะพอแล้วสำหรับงานในจังหวัดบ้านเกิด

แต่ถ้าเปลี่ยนผู้จัดเมื่อไหร่ บอกนะ!

Anyway, I am a Marathon Finisher. kiki emoticon

“มาราธอน ไม่ใช่การวิ่งออกกำลังกาย”

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s