FAQ เกี่ยวกับ CEP® Compression

12108265_930507343671169_3234569399453037344_n.png
ถามมาตอบไป กับคำถามคาใจ
เกี่ยวกับ COMPRESSION

+++

ถาม:
Compression คืออะไร?

ตอบ:
Compression คือ เสื้อผ้ารัดกล้ามเนื้อ ซึ่งก็คือเสื้อผ้าชนิดหนึ่งนี่แหละครับ ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้เราใส่เล่นกีฬาที่มันต้องเคลื่อนไหวเยอะๆ ออกแรงใช้กล้ามเนื้อหนักหน่วง ยาวนาน …

คุณสมบัติเนื้อผ้าก็เหมือนเสื้อผ้ากีฬาทั่วไป คือระบายเหงื่อและนำ้หนักเบา

แต่ความต่างที่เห็นกันชัดๆคือ …

เสื้อผ้ากีฬาทั่วไปใส่ “หลวม”

แต่เสื้อผ้ารัดกล้ามเนื้อใส่ “รัด”

การออกแบบให้มัน “รัด” มีเหตุผลของมันครับ …

+++

ถาม:
Compression ใส่แล้วช่วยอะไร?

ตอบ:
ใส่ให้มัน “รัด” และ “พยุง” กล้ามเนื้อ

+++

ถาม:
“รัด” และ “พยุง” เพื่ออะไร?

ตอบ:
“รัด” เพื่อให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้น

“พยุง” เพื่อให้ข้อต่อและเส้นเอ็นอยู่ในจุดที่จะกระทบกระเทือนจากการออกกำลังให้น้อยที่สุด

+++

ถาม:
“รัด” แล้วหายใจไม่ออก เลือดจะหมุนเวียนได้ไง?

ตอบ:
ก่อนอื่นต้องเข้าใจหลักการหมุนเวียนเลือดลมในร่างกายก่อน

มันต่างกันระหว่างเวลาเรานั่งๆนอนๆ กับเวลาเราออกกำลังกาย (วิ่ง)

ยิ่งร่างกายต้องใช้กำลังจากกล้ามเนื้อเท่าไหร่ กล้ามเนื้อยิ่งต้องการออกซิเจนเป็นพลังงานมากขึ้นเท่านั้น

ออกซิเจนเข้ามาทางผิวหนังไม่ได้ (คนนะ … ไม่ใช่ต้นไม้!) แต่เข้ามาทางจมูกและปาก และไหลไปหากล้ามเนื้อ ผ่านทางกระแสเลือด

เวลาออกกำลัง หัวใจจะเต้นแรงกว่าเวลาเรานั่งๆนอนๆ หัวใจฉลาด เพราะรู้ว่ากล้ามเนื้อต้องการเลือด (ออกซิเจน) มากกว่าตอนนอน

เลือดดี (สีแดง) พาเอาออกซิเจนไปหากล้ามเนื้อ พอกล้ามเนื้อใช้ออกซิเจนเสร็จ ก็ถ่ายของเสียออกมา ร่างกายก็ส่งเลือดเสีย (เลือดดำ) กลับมาฟอกให้เป็นเลือดดีใหม่ (เลือดแดง) เพื่อวนเอากลับไปให้กล้ามเนื้อใช้ใหม่ …

กระบวนการหมุนเวียนตรงนี้แหละ ที่เสื้อผ้ารัดกล้ามเนื้อจะเข้ามามีส่วนช่วยในการ “เร่ง” ให้เลือดดีส่งไปหากล้ามเนื้อให้ไวขึ้นอีกนิด แล้ว “เร่ง” ส่งเลือดเสียกลับมาฟอกให้เร็วขึ้นอีกหน่อย

อุปกรณ์รัดกล้ามเนื้อแท้ๆ จะผลิตให้มันรัดไม่เท่ากันทุกส่วน หลักการคือ จะรัดในส่วนที่ไกลหัวใจ มากกว่า ส่วนที่ใกล้หัวใจ

ยกตัวอย่างเช่น ถุงเท้ายาวรัดน่อง จะรัดเท้ามากกว่าข้อเท้า และรัดข้อเท้ามากกว่าน่อง

ดังนั้น ด้วยหลักการนี้จึงช่วย “เร่ง” ส่งเลือดดำขึ้นมาที่หัวใจ และ “เร่ง” ส่งเลือดดีลงไปที่ขา

ผลคือ ขาของนักวิ่งจะสดเมื่อใส่ compression ถ้าเทียบกับคนที่ไม่ได้ใส่

+++

ถาม:
ใส่แล้วจะ “รัด” มากไหม๊?

ตอบ:
คำว่า “รัด” ในที่นี้ จะ “รัดพอดี” – ถ้าได้ลองใส่ จะรู้ว่าใส่แล้วรู้สึกกระฉับกระเฉง แอดทีฟ กระปรี้กระเปร่า …

ไม่ใช่ “รัดปลิ้น” – ทึ่จะอึดอัดหรือก้าวขาไม่ออก

+++

ถาม:
งั้นเสื้อผ้ารัดกล้ามเนื้อที่ขายอยู่ทั่วไป ราคาถูกๆ เยอะแยะ มันต่างอะไรกัน?

ตอบ:
เพียงเพราะแค่เสื้อผ้าตัวนั้นมัน “แนบเนื้อ” หรือ “เข้ารูป” ไม่ได้แปลว่าเสื้อผ้าชิ้นนั้นคือ “compression”

หลายยี่ห้อชอบใช้คำนี้เกร่อๆ เลยทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด

ความยากอยู่ที่การผลิต ที่ทำให้ compression เป็น compression

ในโลกนี้มีผู้ผลิต compression ที่แพทย์รับรองน้อยมาก (Medical-Grade)

“แพทย์รับรอง” หรือ “Medical-Grade” คือ ใช้แล้ว ได้ผลทางการแพทย์จริงๆ ออกฤทธิ์กับกล้ามเนื้อ โดยที่วัดได้เป็นตัวเลขจริงๆ

ความต่างที่เล่ามาข้างต้น จึงส่งผลให้ราคาต่างกัน

+++

ถาม:
ใส่วิ่ง/ใส่ปั่นแล้วตระคริวจะไม่มา?

ตอบ:
ไม่อยากให้คิดว่า Compression เป็นอุปกรณ์วิเศษ ที่พอใส่ปุ๊บ ตระคริวจะหายเป็นปลิดทิ้ง

ตระคริวไม่ตระคริว ขึ้นอยู่ที่การฝึก ว่าเราฝึกมาเพียงพอกับระยะแข่งไหม๊

ขึ้นอยู่กับสภาพความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ว่าทนทานเพียงพอกับระยะเวลาในการใช้งานไหม๊

ถ้าลงฟูลมาราธอน แต่ไม่เคยวิ่งเกิน 32K เลย โอกาสที่ตระคริวจะมา ก็สูงมาก แม้จะสวม Compression อยู่ก็ตาม

การใส่ Compression ช่วยชะลอตระคริวออกไปได้บ้าง (แล้วแต่บุคคลอีก) แต่ขึ้นอยู่กับการซ้อมเป็นสำคัญ ซ้อมให้ถึง ตระคริวจะไม่มาครับ

+++

ถาม:
จำเป็นต้องใส่ทุกครั้งที่เล่นกีฬาไหม๊?

ตอบ:
ไม่จำเป็นครับ แอดมินก็ไม่ได้ใส่ทุกครั้งที่วิ่ง แต่ใส่เฉพาะในวันที่รู้ตัวว่าจะวิ่งยาว วันไหนที่รู้ตัวว่าอาจจะวิ่งใช้ความเร็วมากกว่าปกติแล้วต้องอยู่กับมันนานๆ … ก็จะใส่ครับ

นอกนั้น ไม่ใส่ครับ วิ่งกลางอาทิตย์ วิ่งวันธรรมดา … ไม่ใส่ครับ แอดมินใส่เสื้อผ้ากีฬาธรรมดา

เหมือนกินข้าวไข่เจียวครับ มีข้าวกับไข่ (ขากับรองเท้า) ก็กินได้ (วิ่งจบ) แต่ถ้ามีซอสพริกซะหน่อย (compression) มันคงอร่อยขึ้น กินแล้วเพลิดเพลิน เผลอๆมีเติมจานสอง (วิ่งจบ ไม่เจ็บ วิ่งต่อได้อีกหน่อย) … เทียบแบบนี้ เห็นภาพไหม๊ครับ?

+++

ถาม:
Top Layer กับ Base Layer ต่างกันอย่างไร?

ตอบ:
ก่อนที่ compression จะเป็นที่นิยมใส่เป็นเสื้อผ้าตัวนอก (Top Layer) มันเคยเป็นแค่ชุดชั้นในรัดกล้ามเนื้อ (Base Layer) มาก่อน

Base Layer ก็มีคุณสมบัติ compression ครบถ้วน (รัด+รัดไม่เท่ากันทุกส่วน) แต่เนื้อผ้าจะบางกว่า

ผลิตให้บาง เพื่อใส่เป็น “ชุดชั้นใน” คือ ให้ใส่เสื้อผ้าด้านนอกทับได้อีกชั้น

เนื้อผ้าจะบาง ใส่แล้วบางทีเห็นเนื้อเลย (นึกถึงถุงน่องผญ.)

Top Layer ถูกพัฒนาต่อมา เมื่อ compression เริ่มนิยม คนเริ่มไม่อาย ไม่เขิน และมั่นใจจะใส่เสื้อผ้ารัดไว้ด้านนอก

เนื้อผ้า Top Layer จะหนากว่า ใส่แล้วไม่เห็นเนื้อ ไม่โป๊ เนื้อผ้าทนทานกว่า และราคาสูงกว่า

+++

ถาม:
ถ้าไม่ใส่ตอนเล่นกีฬา (วิ่ง / ปั่น) แต่ใส่ตอนหลังวิ่งเสร็จได้ไหม๊?

ตอบ:
ได้ครับ เค้าเรียกว่าใส่ Recovery คือช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังออกกำลัง บางคนใส่ระหว่างทำงานหรือใส่นอน ไม่มีผลเสียใดๆ ทำให้ขาไม่เปลี้ย และยังเดินขึ้นบันไดได้ เหมือนไม่ได้ไปวิ่งมาราธอนมา

บางคนใส่ขึ้นเครื่อง เพื่อช่วยเรื่องขาและเท้าบวมจากการนั่งเครื่องบินนานๆ

+++

ถาม:
ทำไมเคนย่าไม่ใส่?

ตอบ:
ไม่ได้หมายความว่า ถ้าเคนย่าซ้อมไม่ถึง ตระคริวจะไม่กินเคนย่านะครับ

เพราะเคนย่าซ้อมถึง เค้าเลยวิ่งได้ดี วิ่งได้เร็ว วิ่งได้ทน วิ่งได้นาน …

ไม่ใส่ Compression ก็เป็นแชมป์ได้ครับ

อย่างที่เกริ่นไป ไม่ใส่ก็วิ่งได้ ขาไม่หักหรอก แต่ถ้าเราคิดว่าเราไม่ได้สืบเชื้อสายเคนย่า เราจะหาตัวช่วยก็ไม่ผิดครับ

ปล. ถ้ามีคนสปอนซ์ฯเคนย่า เคนย่าก็ใส่ครับ

Advertisements